ทำความรู้จักกับ น้ำตบ ไอเทมยอดฮิตที่หลายคนต้องมีติดโต๊ะเครื่องแป้ง แท้จริงแล้วน้ำตบคืออะไร มีประโยชน์อย่างไรต่อผิว และต้องลงในขั้นตอนไหนถึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุด? พร้อมเทคนิคการเลือกน้ำตบให้ตอบโจทย์สภาพผิวของคุณ ไม่ว่าจะเป็นผิวมัน ผิวแห้ง หรือผิวแพ้ง่าย เพื่อผิวที่แข็งแรง กระจ่างใส และดูอิ่มน้ำอย่างเป็นธรรมชาติ
น้ำตบคืออะไร?
น้ำตบ คือ สกินแคร์บำรุงในรูปแบบของน้ำที่มีโมเลกุลเล็ก หรือสกินแคร์ประเภทเอสเซนส์ สามารถซึมเข้าไปสู่ชั้นผิวได้ง่ายกว่าผลิตภัณฑ์รูปแบบอื่นๆ เนื้อสัมผัสมีทั้งรูปแบบเนื้อใสและเนื้อขุ่น ข้อดีของน้ำตบมีมากมายแตกต่างกันตามส่วนผสม
ประโยชน์ของน้ำตบหลักๆ มีอยู่ 4 ข้อ ดังนี้:
- เสริมผลให้การบำรุงเป็นอย่างสมบูรณ์และช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้น
- ช่วยปรับสมดุลผิว ลดความมัน ลดโอกาสในการเกิดสิว
- ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ทำให้ผิวอิ่มฟู รูขุมขนเล็กลง ผิวเรียบเนียนขึ้น
- ช่วยผลัดเซลล์ผิว ลดความหมองคล้ำ ฟื้นฟูผิวให้กระจ่างใส ลดจุดด่างดำ
น้ำตบควรใช้ตอนไหน ?
เราควรใช้น้ำตบเป็น ขั้นตอนแรกของการลงสกินแคร์หลังล้างหน้าเรียบร้อยแล้ว หรือถ้ามีโทนเนอร์ แนะนำให้ใช้โทนเนอร์เช็ดทำความสะอาดใบหน้าก่อนการลงน้ำตบ เพื่อทำความสะอาดรูขุมขนและเตรียมผิวให้พร้อมก่อนการลงสกินแคร์ตัวอื่นๆ
เลือกน้ำตบตามลักษณะผิว
- ผิวแพ้ง่าย: ควรเลือกใช้น้ำตบที่เป็นสูตรอ่อนโยน ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองง่าย และไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม พาราเบน และแอลกอฮอล์
- ผิวแห้ง: ควรเลือกใช้น้ำตบที่เน้นเรื่องเติมความชุ่มชื้นให้ผิว หรือมีเนื้อสัมผัสเป็นโลชั่น
- ผิวมัน: ควรใช้น้ำตบที่ช่วยเรื่องการควบคุมความมัน ช่วยลดโอกาสการเกิดสิว และเสริมผิวให้แข็งแรง
- ผิวผสม: ควรเลือกใช้น้ำตบที่ช่วยปรับสมดุลให้ผิว
แนะนำผลิตภัณฑ์
สำหรับใครที่กำลังมองหาน้ำตบที่ช่วยลดสิว เราขอแนะนำ PICO LOTION PROBIOTIC MUSHROOM น้ำตบเห็ดพิโค่ที่ช่วยปรับสมดุล คุมมัน ลดโอกาสการเกิดสิวใหม่ และช่วยให้ผิวชุ่มชื้นอิ่มฟู
และใครที่กำลังมองหาน้ำตบที่ช่วยเพิ่มความกระจ่างใส เราขอแนะนำ ATTO LOTION ช่วยเสริมการผลัดเซลล์ผิวแบบอ่อนๆ ลดความหมองคล้ำ ปรับสภาพผิวให้ใสโกล์ว เรียบเนียน และบำรุงฟื้นฟูผิวให้แข็งแรง
*ทั้ง 2 สูตรเป็นสูตรอ่อนโยน เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว