วิธีรับมือปัญหาผิวไหม้แดดอย่างมืออาชีพ: เช็กระดับความรุนแรงของอาการแสบร้อน พร้อมเคล็ดลับการป้องกันและขั้นตอนปฐมพยาบาลผิวให้กลับมาสุขภาพดีด้วยวิธีง่ายๆ ที่ทำได้เองที่บ้าน
ไม่ว่าจะฤดูไหน แสงแดดก็ทำลายผิวเราได้ ทำให้เกิดผิวไหม้แดดหรือปัญหาผิวคล้ำเสียจากแสงแดด เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่พบบ่อย และยากที่จะหลีกเลี่ยง โดยเฉพาะคนที่ต้องเผชิญกับแสงแดดเป็นระยะเวลานานเกิน 15 นาที โดยไม่ได้รับการปกป้อง ส่งผลให้เกิดการอักเสบที่ผิว มีอาการแสบร้อน แดง และถ้าสะสมอาจจะกลายเป็นฝ้าแดดได้
ระดับความรุนแรงของอาการไหม้แดด
- ผิวไหม้แดดระดับไม่รุนแรง: ผิวมีความแดงเกิดขึ้น เมื่อผ่านไป 3-5 วัน ผิวจะลอกเนื่องจากการผลัดเซลล์ผิว
- ผิวไหม้แดดระดับปานกลาง: มีอาการแสบ แดง บวม คัน และเจ็บเมื่อสัมผัส ใช้เวลา 7-14 วันในการฟื้นบำรุง
- ผิวไหม้แดดระดับรุนแรง: ปวดแสบปวดร้อน มีตุ่มน้ำใสเกิดขึ้น ควรพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และอาจใช้เวลาฟื้นฟูมากกว่า 2 สัปดาห์
วิธีป้องกันไม่ให้ผิวไหม้แดด
- ทาครีมกันแดดชนิดกันน้ำที่มีค่า SPF 30 เป็นอย่างต่ำ และทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง
- หลีกเลี่ยงการโดนแดดโดยตรงในช่วงเวลา 10.00 - 16.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่รังสียูวีเข้มข้น
- งดการทำผิวสีแทนจากแหล่งกำเนิดรังสีประดิษฐ์ เช่น เตียงทำสีผิว
- ใช้อุปกรณ์ป้องกันเพิ่มเติม เช่น กางร่ม สวมแว่น UV-400 สวมหมวกปีกกว้าง และเสื้อผ้าที่ปกปิดมิดชิด
- หลีกเลี่ยงการใช้ยาหรือเครื่องสำอางที่ทำให้ผิวไวต่อแสงแดด
การดูแลรักษาตัวเองที่บ้าน เมื่อมีอาการผิวไหม้แดด
- ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้วเพื่อให้ร่างกายชุ่มชื้น
- อาบน้ำเย็นหรือประคบผ้าชุบน้ำเย็นเป็นเวลาอย่างน้อย 10 นาทีวันละหลายๆ ครั้ง
- ประคบผ้าเย็นบนเปลือกตา งดขยี้ตาและงดใส่คอนแทกเลนส์จนกว่าจะดีขึ้น
- ทาผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ หรือเจลว่านหางจระเข้แช่เย็น หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์
- หากมีตุ่มน้ำ ไม่ควรแคะ แกะ หรือเกา ให้ทำความสะอาดด้วยสบู่อ่อนๆ และทาขี้ผึ้งปฏิชีวนะ
- หลีกเลี่ยงการโดนแดดซ้ำ และสวมเสื้อผ้าปกปิดหากต้องออกนอกบ้าน